เราไปเที่ยวจังหวัดลำปางและลำพูนครั้งล่าสุดกันเมื่อไหร่

This issue of
Citylife

Chiang Mai Citylife > Articles > เราไปเที่ยวจังหวัดลำปางและลำพูนครั้งล่าสุดกันเมื่อไหร่

เราไปเที่ยวจังหวัดลำปางและลำพูนครั้งล่าสุดกันเมื่อไหร่

เว็บไซต์ใหม่ของททท. เป็นประตูสู่การค้นพบความรุ่มรวยทางศิลปะวัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวของลำปางและลำพูน ที่เติมเต็มการพักผ่อนในระหว่างวันหรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

เราไปเที่ยวจังหวัดลำปางและลำพูนครั้งล่าสุดกันเมื่อไหร่

สองจังหวัดนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลเลยจากจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจ ชื่นชมธรรมชาติ ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบไปกลับ หรือใช้เวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ทาง Citylife ได้รับมอบหมายให้จัดทำเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำหรับทั้งสองจังหวัด เราได้เห็นถึงความสวยงาม และเรื่องราวในสองจังหวัดจุดหมายปลายทางที่รอคอยให้เราได้ไปเยือนกันอีกครั้ง

เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 2.24 หมื่นล้านบาทเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และด้วยเงินอุดหนุนที่มาพร้อมส่วนลดสุดพิเศษ คงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการได้พาตัวเองออกมาสูดอากาศเย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวขจีท่ามกลางบรรยากาศอันสดใสของฤดูฝน

เชื่อว่าชาวเชียงใหม่หลายต่อหลายท่านเคยไปเที่ยว วัดพระธาตุลำปางหลวง นั่งรถม้ารอบเมืองและแวะซื้อชามเซรามิกตราไก่ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึก หลายทริปจะต้องมี ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และบ้านพักกลางน้ำที่เขื่อนกิ่วลมเป็นจุดหมายปลายทาง เราอาจใช้เวลาหนึ่งวันในการขับรถไปยังลำพูนเพื่อชมซากปรักหักพังของอาณาจักรหริภุญชัย แวะเลือกซื้อของกินของใช้จากชาวบ้านในท้องถิ่นที่กาดบ้านธิ หรือกระทั่งนั่งทานข้าวเหนียวไก่ย่างบนรถไฟที่สถานีขุนตาล และอีกหลายกิจกรรมมากมายนับไม่ถ้วน!

หลายคนหลงใหลความสวยงาม อ่อนช้อยของวัดวาอารามในเมืองเก่าของเชียงใหม่ และพูดได้ว่าลำพูนก็เป็นจังหวัดที่มีความรุ่มรวยทางศาสนา สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ สะท้อนผ่านวัดวาอาราม ด้วยเหตุนี้ ททท. จึงได้จัด ‘7 เส้นทาง ใน 2 เมือง ‘ยลลำปางพลัสลำพูน’ ซึ่งทั้งเจ็ดแห่งเป็นเส้นทางให้เราได้สำรวจวัดวาอาราม แวะทำบุญ สักการะ เรียนรู้ประวัติศาสตร์และชื่นชมสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และวัดเฉลิมพระเกียรติก็เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ต้องมาเยือน ต้นฉบับใบลานที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทยก็ถูกจัดเก็บไว้ในวัดของจังหวัดลำปางที่สืบมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับใครที่อยากท่องเที่ยวสำรวจธรรมชาติ เส้นทางท่องเที่ยวสีเขียวจะพาเราไปยังอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่รื่มรมย์ด้วยน้ำตก เส้นทางสำรวจป่า ถ้ำหินงอกหินย้อย รวมทั้งสถานที่ตั้งแคมป์และที่พักท่ามกลางธรรมชาติ ทาง ททท. ได้บอกไว้ว่าแม้จะค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง แต่ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่กำลังทำการพัฒนาและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเยือน

นอกจากนี้ทาง ททท. ยังจัดทริปในเส้นทางที่มีทัศนียภาพสองข้างทางที่งดงาม ให้ได้แวะชมตลอดเส้นทาง

ระหว่างทางมีน้ำพุร้อนให้เราได้ต้มไข่ และแช่เท้าผ่อนคลาย มีพิพิธภัณฑ์ให้เราได้เรียนรู้ มีถ้ำที่ภายในมีภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ขณะที่บนดอยสูงก็ยังมีคาเฟ่และหมู่บ้านชาวเขาที่ให้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์

ทั้งสองเมืองเปี่ยมด้วยมีชีวิตชีวาและเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอนุสรณ์สถาน และสถานที่สำคัญต่างๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของดินแดนแห่งนี้ในอดีต ขณะเดียวกันก็มีตลาดอันคึกคักที่จำหน่ายสินค้าทำมือประจำท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นโดยหลายกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ทั้งมีร้านกาแฟร้านก๋วยเตี๋ยว และร้านอาหารที่เติมชีวิตชีวาทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้คุ้มค่าแก่การสำรวจ

โรงแรมและรีสอร์ทของเมืองนี้อาจไม่ถึงระดับที่หรูหราเหมือนในเชียงใหม่ แต่ก็มีให้เลือกกันมากมาย ตั้งแต่ที่พักของชาวลาหู่ ที่ตื่นขึ้นมาพร้อมทะเลหมอกและเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว หรือว่าพักผ่อนในโรงแรมบูติกริมแม่น้ำ ก็ได้ละเลียดเวลาสบายๆ จิบไวน์ในขณะที่ดูพระอาทิตย์ตก

ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ทั้งสองจังหวัดมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารเหนือ และอุดมไปด้วยผลไม้ไม่ว่าจะเป็น ลำไย และมะม่วง ทั้งยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารเก๋ๆ ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน

ว่าแล้วก็ไปชมเสน่ห์ความงาน และศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสองเมืองนี้ ได้ที่เว็บไซต์ของการท่องเที่ยวประเทศไทย และเตรียมตัวเก็บกระเป๋าร่วมเดินทางไปกับเรา