This issue of
Citylife

Chiang Mai Citylife > Articles > จะทำยังไงกับมลพิษกันดี

จะทำยังไงกับมลพิษกันดี

ถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่น่าหวั่นวิตกตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนจะผ่านไปแล้ว มลภาวะทางอากาศยังคงเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงเพราะแม้ว่าค่า PM2.5 จะเริ่มลดลงจากที่พุ่งทะลุขีดระดับมหันตภัยเกิน 500 เหลือเพียง 170 ในวันนี้ อย่าลืมว่าตัวเลขที่ว่ายังคงอยู่ในระดับอันตราย เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งชะล่าใจโดยเฉพาะเมื่อเรารู้ทั้งรู้ว่ามันจะกลับมาอีกในปีหน้า และปีถัดไป และปีถัดจากนี้ไป

เหล่าผู้คนที่สามารถย้ายหนีก็ได้จากไปแล้ว โชคดีเนอะ ส่วนเราที่เหลือก็ถูกทิ้งไว้ด้วยความรู้สึกไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งท้อแท้ สิ้นหวัง และกังวลในสุขภาพของเราเองและของคนที่เรารัก

ส่วนตัวนั้นได้ยินมาว่ามีหลายต่อหลายครอบครัวที่ได้เก็บของย้ายจากไปและจะไม่กลับมาอีก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน จากที่ได้ยิน โรงเรียนนานาชาติต่างๆเองก็รู้สึกเสียผลประโยชน์ เงินลงทุนกว่า 500 ล้านในโครงการบ้านผู้สูงอายุถูกยกเลิกไปในเดือนที่ผ่านมาเพื่อที่จะไปหาแหล่งอื่นที่มีอากาศดีกว่า เหล่าบรรดาเศรษฐีไทยและต่างชาติต่างก็วางแผนพากันที่จะหลบออกจากที่นี่ในช่วงสองถึงสี่เดือนนี้ในแต่ละปี นักท่องเที่ยวพากันแคนเซิลตั๋วและโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจสปาต่างพากันส่ายหน้ามองรายได้ของตัวเองจมลง ผู้คนบนโลกออนไลน์ทั้งต่างชาติและไทยต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าจะถอนตัวจากเชียงใหม่ พาครอบครัวและธุรกิจไปที่อื่น มันก็จริงอย่างเขาว่า จะอยู่ทำไมถ้าอากาศที่หายใจเป็นพิษและมีที่อื่นน่าอยู่กว่ามากมาย

นี่ยังไม่นับคนเป็นแสนๆคนทุกช่วงอายุที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศและต้องเข้ารับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่มากับมลภาวะ ย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆที่น่ากังวลของภูมิภาคนี้ในอีกหลายสิบปีที่จะตามมา ที่ขัดแย้งกันอยู่ตอนนี้ก็คือเหล่าบรรดาลูกๆหลานๆของคนจุดไฟและองค์กรที่ไร้ประสิทธภาพเหล่านี้นั่นแหละที่จะต้องทุกข์มรมานในอนาคต แต่กลับไม่มีใครคิดเรื่องนี้
ในขณะเดียวกัน เราที่ไปไหนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะงาน ข้อจำกัดทางการเงินหรือพันธะต่างๆก็ต้องทนกันไป เราทำได้เพียงก่นด่าทุกครั้งที่มีข่าวไฟถูกจุด หรือภูเขาถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง หรือค่า PM ทะยานสู่ระดับท๊อปของโลก ในขณะที่ร่างกายและปอดของเราค่อยๆสะสมพิษไปเรื่อยๆ

ฉันจะไม่ทน!!! ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีอำนาจอะไรและไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ แต่ฉันรู้ว่าตัวเองจะไม่นั่งอยู่เฉยๆแล้วรอคำกล่าวโทษที่ถูกโยนไปมาหรือรอรัฐบาลมาสบประมาทเราด้วยคำปลอบโยนถูกๆและกิจกรรมเอาหน้าต่างๆ ฉันจะไม่รอให้พวกที่จุดไฟเล่นเกมไร้สาระไปเรื่อยๆ หรือรอบริษัทการเกษตรยักษ์ใหญ่เสวยสุขเงินของเราที่จ่ายให้กับสินค้าที่เราซื้อกินซื้อใช้ในขณะเดียวกันก็ใช้เงินนั้นสนับสนุนการฆ่าล้างโคตรนี้ (นี่ยอมรับว่าอาจจะเกินไปหน่อยแต่จากที่ได้คุยกับแพทย์ที่ทำงานด้านนี้ หลายล้านคนมีโอกาสที่จะทุกข์ทรมานในปีหน้าและปีต่อๆไป อันเป็นผลกระทบจากมลภาวะนี้ซึ่งค่อนข้างน่าเป็นห่วงอย่างมากๆสำหรับฉันแล้ว)

นี่คือฉัน นี่คือ Citylife ที่กำลังจะปักหมุด เราจะไม่ยอมหายไปเงียบๆแม้ในช่วงที่เรากำลังจะต้อนรับอากาศใหม่ ถ้าฝนตกเมื่อไหร่ (คือสักวันยังไงมันก็ต้องตก) ประเด็นนี้ก็มักจะถูกลืมเลือนหายไป เราเคยได้เขียนถึงประเด็นนี้หลายต่อหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ก็หยุดไปพร้อมกับสายฝนเพราะรู้สึกว่าคนอ่านของเราเองเริ่มจะเบื่อ และมาเริ่มใหม่อีกครั้งในปีต่อไป แต่แค่นั้นไม่พออีกต่อไปแล้ว

เราจะสร้างความกดดันอย่างต่อเนื่อง ตีพิมพ์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องเรื่อยๆ ถึงแม้ว่ามันอาจจะน่าหน่ายใจบ้าง แต่เราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะสร้างความตระหนักรู้ในวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกับสุขภาพของเรา และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้อ่านทุกท่านจะได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความคิดกันในเรื่องนี้
ฉันไม่มีอะไรที่จะเสนอให้นอกจากเสียงของตัวเองและแพลตฟอร์มเว็บไซต์ที่มีผู้อ่านกว่า 600,000 คนต่อปี ซึ่งคิดว่านี่จะเป็นโทรโข่งที่ใช้ได้เลยทีเดียว

หลายคนกังวลเรื่องสุขภาพแต่ฉันก็สังเกตเห็นหลายคนที่เป็นห่วงเรื่องเงินเป็นหลัก มันน่าเศร้ามากนะถ้าคุณไม่ได้เป็นห่วงสภาพร่างกายของคุณก็โปรดรู้ไว้ว่าเรื่องนี้ก็จะทำให้กระเป๋าสตางค์คุณเจ็บหนักได้เหมือนกัน ฉันเชื่อว่าวิกฤตินี้เป็นภัยที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย บางทีอาจจะน่าเป็นห่วงกว่าปัญหาเรื่องยาเสพติดเมื่อศตวรรษที่แล้ว ในตอนนั้นเรามีพระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และโครงการหลวงที่ปูทางออกอันชาญฉลาดดึงเอาคนจากหลายภาคส่วนมาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดและช่วยคนหลายล้านคนให้พ้นจากความยากจน

เรื่องนี้ต้องการความมุ่งมั่นอย่างน้อยในระดับนั้น เราต้องการให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ตั้งนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง ทำงานกับส่วนภูมิภาคและเพื่อนบ้านของเราเพื่อหาทางออก คนในพื้นที่เองก็ต้องช่วยกันสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนที่ไม่ใยดี สนับสนุนคนที่ทำงานเพื่อหาทางออก ธุรกิจต่างๆก็ต้องหันมาเผชิญหน้ากับปัญหา ทำในสิ่งที่แต่ละคนทำได้แม้จะเพียงเล็กน้อยอย่างเช่นการเขียนร้องเรียนไปยังตัวแทนชุมชน สร้างแรงผลักดันให้ต่อเนื่อง เหล่าชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็เขียนถึงสถานฑูตของตน สมาคมโรงแรมร้านอาหารต่างๆก้าวขึ้นมาให้ความร่วมมือ บริษัทท่องเที่ยวสร้างข้อเรียกร้อง คือทำอะไรสักอย่างกันเถอะค่ะ

เพราะถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราก็ดีแต่นั่งเงียบๆจำนนต่อฝุ่นควันที่จะมาโจมตีอีก แล้วถ้าเราไม่ดูแลตัวเองใครจะดูแลเรา

ย้ำอีกครั้งว่าตัวฉันเองไม่ได้มีอำนาจใหญ่โตอะไรแต่ที่ฉันมีคือเสียง และฉันก็จะใช้มัน เพราะฉะนั้นฉันอยากจะผลักดันให้ทุกคนใช้อะไรก็ตามที่ทุกคนมีและสร้างกระแส สร้างจิตสำนึก สร้างแรงผลักดันแล้วมาหาทางออกเพื่อพวกเราทุกคน