Chiang Mai Citylife > Articles > Eat Well: Coffogenic Drink ซูเปอร์ฟู้ดจากเปลือกกาแฟฝีมือคนไทย

Eat Well: Coffogenic Drink ซูเปอร์ฟู้ดจากเปลือกกาแฟฝีมือคนไทย

Read this article in English

Coffogenic Drink
ซูเปอร์ฟู้ดจากเปลือกกาแฟฝีมือคนไทย

กว่า 40 ปี ที่ บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด เป็นที่รู้ในในฐานะซัพพลายเออร์ด้านกาแฟที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตลอดการทำงานของ ฮิลล์คอฟฟ์ ไม่เพียงสนับสนุนการปลูกกาแฟแก่เกษตรกรในพื้นที่ดอยสูง แต่ยังส่งเสริมให้คนไทยรู้จัก ‘กาแฟ’ มากยิ่งขึ้น ทั้งการเป็นพืชเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่มีมายาวนานในระดับสากล ซึ่งจากการเป็นผู้รู้จริงรู้ลึกในวงการกาแฟนี้เอง ทำให้ ฮิลล์คอฟฟ์ พยายามวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ ‘กาแฟ’ ไม่เป็นเพียงเครื่องดื่มยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังตอบแทนสังคมในองค์รวมอีกด้วย


หลายปีที่ผ่านมาประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ ฮิลล์คอฟฟ์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ทั้งแนวคิด No Burn, Grow Coffee เชิญชวนให้ชาวบ้านลดการเผาป่า และนำเศษวัสดุจากการปลูกกาแฟ รวมทั้งเปลือกผลกาแฟมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการสร้างขยะจากกระบวนการผลิต รวมทั้งการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ เพื่อใช้พื้นที่ป่าได้หลายระดับ และสร้างรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ส่งผลให้ ฮิลล์คอฟฟ์ ได้รับการรับรองว่าเป็นกาแฟที่มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลดขยะจากการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด
เหล่านี้นำมาสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาสู่ท้องตลาด โดยในปีที่ผ่านมา ฮิลล์คอฟฟ์ พัฒนา Cherry Coffee Tea ชาจากเปลือกผลกาแฟออกมานำร่องก่อนแล้ว และในปีนี้เป็นคิวของนวัตกรรมทางด้านอาหารตัวใหม่ล่าสุดของโลก Coffogenic Drink สารสกัดจากเปลือกผลกาแฟพร้อมดื่ม ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันของหลายภาคส่วน คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยพะเยา
“แต่เดิมเราสนับสนุนให้เกษตรกรนำเปลือกกาแฟไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองอยู่แล้ว แต่การนำไปทำเป็นปุ๋ย มูลค่าทางการตลาดไม่ได้เยอะมาก และเรายังมีเปลือกกาแฟจากการบวนการผลิตในแต่ละวันปริมาณมหาศาล เลยนำมาสู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์มาเป็นชาจากเปลือกกาแฟ และจากการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยพะเยา ที่เราทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 โดยได้รับการสนับสนุนจาก National Innovation Agency (NIA) ทำให้เราได้ผลวิจัยอันน่าตื่นเต้นมาก คือ ในเยื่อกาแฟอุดมไปด้วยกรด Chlorogenic Acid (CGA) ซึ่งทำหน้าที่ต้านสารอนุมูลอิสระในปริมาณมากกว่าพืชชนิดอื่น สิ่งที่เราเจอคือ CGA ที่เราเจอในเนื้อกาแฟและในเมล็ดกาแฟเป็นคนละตัวกัน ในเมล็ดกาแฟมีคุณสมบัติเพื่อเบิร์นไขมัน แต่ CGA ในเนื้อกาแฟมีคุณสมบัติเพื่อบล็อคไขมัน ทำให้โมเลกุนของไขมันในร่างกายเล็กลง ทำให้ร่างกายขับออกมาได้ดีขึ้น” คุณปุ่น – นฤมล ทักษอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิลล์คอฟฟ์ จำกัด เล่าถึงคุณสมบัติพิเศษของซูเปอร์ฟู้ดชนิดใหม่นี้ให้เราฟัง


คำว่า Coffogenic จึงมาจากการรวมกับของ Coffee และ Chlorogenic ซึ่งเรียกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ คุณปุ่นเล่าเสริมด้วยว่าในต่างประเทศมีการทำผลิตภัณฑ์จากเปลือกกาแฟกันอยู่แล้วเรียกว่า Cascara ได้จากการนำเปลือกผลกาแฟไปตากแห้ง แล้วชงดื่มเหมือนชา รวมทั้งการนำไปบดเป็นผงเรียกว่า Coffee Flour ใช้ทดแทนแป้งสำหรับผู้ที่แพ้แป้งสาลี ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ให้สามารถตอบโจทย์แก่ผู้บริโภคได้ และเป็นความโชคดีที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยดูแลทั้งการผลิตและการตลาด
“คณะแพทย์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยศึกษาในเรื่องของผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับสารสกัดนี้ ซึ่งเราพบผลลัพท์ที่น่าพอใจในการทดลองกับหนู และตอนนี้เรากำลังศึกษากับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องไขมันพอกตับ รวมทั้งผู้ป่วยเบาหวานด้วย ส่วนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดูแลเรื่องของรสชาติ และการตลาด ซึ่งเราปรุงรสเพิ่มน้อยมาก เพราะสารจากเนื้อกาแฟของไทยหวานอยู่แล้ว ด้านมหาวิทยาลัยพะเยา ดูแลการวิจัยเกี่ยวกับ Chlorogenic Acid ซึ่งนวัตกรรมนี้เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เคยมีใครทำในลักษณะนี้มาก่อน และเราได้จดสิทธิบัตรร่วมกันเรียบร้อยทั้ง ฮิลล์คอฟฟ์ และมหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกัน”


คุณปุ่นยังกล่าวปิดท้ายด้วยว่า หาก Coffogenic Drink สามารถผ่านการรับรองจาก อ.ย. (องค์การอาหารและยา) เรียบร้อย เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากเปลือกผลกาแฟนี้ น่าจะช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องไขมัน ผู้ป่วยเบาหวาน รวมถึงผู้รักสุขภาพ มีทางเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งยังช่วยควบคุมการผลิตกาแฟให้มีคุณภาพดีขึ้น
“ปกติแล้วการเก็บกาแฟ เราจะเน้นว่าให้เก็บผลที่เป็นเชอร์รี่สีแดงสุกปลั่ง ซึ่งเอาเข้าจริงก็ควบคุมได้ยาก แต่ถ้าเครื่องดื่มนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี หมายความว่าเราสามารถเพิ่มค่าแรงให้กับพวกเขา เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพิถีพิถันในการเก็บเกี่ยวมากขึ้นได้ เพราะต่อไปการปลูกกาแฟจะไม่ได้ใช้เพียงเมล็ดกาแฟเท่านั้น แต่เรายังนำเปลือกผลกาแฟที่เคยไร้ค่า มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์อุดมคุณค่าได้อีกด้วย”

Hillkoff Learning Space
397/2 ถ.มหิดล ต.หนองหอย (ตั้งอยู่ข้างกับบริษัทแอมเวย์สาขาเชียงใหม่)
โทร. 053 231 1030 และ 053 213 078
Facebook: ilovehillkoff, Learningspace.Hillkoff