รับมือกับชีวิตวิถีใหม่ ในวันที่ร้านอาหารต้องปรับตัว

This issue of
Citylife

Chiang Mai Citylife > Articles > รับมือกับชีวิตวิถีใหม่ ในวันที่ร้านอาหารต้องปรับตัว

รับมือกับชีวิตวิถีใหม่ ในวันที่ร้านอาหารต้องปรับตัว

หลังจากที่หลายธุรกิจต้องหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นเวลากว่าสองเดือน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ภาครัฐก็ได้มีมาตรการผ่อนปรนให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้ตามปกติ ภายใต้ New Normal หรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการเพื่อสอดรับวิถีใหม่ และหนึ่งในธุรกิจที่เรียกว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องปรับตัวภายใต้การคลายการล็อคดาวน์ก็คือ ธุรกิจร้านอาหาร

ระหว่างที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราวตามมาตรการของภาครัฐ บรรดาร้านรวงต่างๆ ต้องทำการปรับเปลี่ยนวิธีการให้บริการ โดยมุ่งเน้นไปที่บริการเดลิเวอรี และซื้อกลับบ้าน เมื่อได้กลับมาเปิดให้บริการแบบนั่งทานได้ที่ร้านหลังมาตรการคลายล็อค ก็นับว่าคืนชีวิตชีวาขึ้นมาได้บ้าง บรรยากาศที่ผู้คนเริ่มออกนอกบ้านไปนั่งร้านอาหารค่อยๆ กลับมาให้เห็น หลังจากที่ต้องทานข้าวกันแต่ที่บ้าน และพึ่งพาอาศัยบริการเดลิเวอรีอยู่ร่วมเดือน

ถึงแม้ว่าร้านอาหารจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติ แต่ก็ต้องยึดถือมาตรการด้านสุขภาพเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การจัดที่นั่งภายในร้านให้ห่างกันอย่างน้อย 1.5-2 เมตร รวมถึงการสร้างพาร์ทิชันกั้นระหว่างโต๊ะ ควบคู่ไปกับการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้าน และวางเจลล้างมือแอลกอฮอลล์ให้บริการหลายๆ จุดรอบร้าน กลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal ที่เราเห็นกันจนชินตา

สำหรับใครที่ออกมาใช้บริการร้านอาหารหรือมานั่งทานที่ร้าน สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือการสวมใส่หน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนเข้าใช้บริการก็ต้องต้องสแกนคิวอาร์โค้ดแพลตฟอร์มไทยชนะเพื่อลงทะเบียน สอดรับกับมาตรการจำกัดจำนวนลูกค้าใช้บริการร้านค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

จากมาตรการของทางภาครัฐ แทบทุกร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น ห้องอาหารไชน่า คิทเช่นของโรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ ก็กลับมาเปิดให้บริการตามปกติหลังจากที่ให้บริการเฉพาะในรูปแบบเดลิเวอรี ไชน่า คิทเช่น เป็นห้องอาหารแรกของโรงแรมที่เปิดให้มานั่งทานกันได้ เมนูที่เสิร์ฟเป็นชุดติ่มซำที่จำกัดระยะห่างและจำนวนของลูกค้า ให้นั่งทานได้ไม่เกิน 25 คน โต๊ะละไม่เกิน 6 คน พนักงานทุกคนก็ต้องทำการตรวจวัดอุณหภูมิและสวมหน้ากากอนามัย และถึงแม้ว่าจำนวนแขกผู้เข้าพักในโรงแรมจะมีจำนวนไม่มาก แต่ทางโรงแรมเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการ โดยให้ความสำคัญในเรื่องของความสะอาดมาเป็นอันดับแรก มีมาตรการป้องกันต่างๆ อย่างรัดกุม ตั้งแต่การทำความสะอาดจุดสสัมผัสทุก 1 ชั่วโมง มีการตรวจวัดอุณหภูมิ และลงทะเบียนผ่านคิวอาร์โค้ดก่อนเข้าใช้บริการคล้ายกับไทยชนะ แต่ว่าเป็นแพลตฟอร์มของทางโรงแรม พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีให้บริการในรูปแบบวิถีใหม่ โดยการเว้นระยะห่าง และเลี่ยงการสัมผัสซึ่งกันและกันโดยใช้การรูดบัตร และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อกลางในการรับคำสั่งจากลูกค้า เช่น การรับออเดอร์ในห้องอาหาร และจากแขกในห้องพัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการดูแลลูกค้าและพนักงาน ทั้งในเรื่องการดูแลความปลอดภัย สุขภาพ และสุขอนามัย

สำหรับร้าน มิกซ์ เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ ร้านอาหารย่านนิมมานเหมินท์ ซอย 1 ทางร้านเองกลับมาเปิดให้บริการนั่งทานที่ร้านอีกครั้ง โดยมีมาตรการป้องกันต่างๆ อย่างรัดกุม และยังมีทางเลือกให้ลูกค้าซื้ออาหารกลับบ้านและสังเดลิเวอรีได้เหมือนช่วงที่ผ่านมา ระหว่างที่ร้านต้องปิดให้บริการตามมาตรการของภาครัฐ คุณจ้ำ ณริสสร สมสวัสดิ์ เจ้าของร้าน ก็ได้ปรับให้มีเมนูสำหรับเดลิเวอรีที่อร่อยกันได้ง่ายๆ ทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น และยุโรป ในราคาที่เข้าถึงได้ ทว่ายังคงรสชาติและคุณภาพของทางร้านไว้ไม่ผิดเพี้ยน สำหรับพนักงานในร้านก็ได้ปรับเปลี่ยนหน้าที่โดยเน้นไปที่การออกไปส่งอาหารให้กับลูกค้า ระหว่างนั้นคุณจั๊มก็ได้ทำการปรับเปลี่ยน คิดค้นเมนูอาหาร พร้อมกลับมาเสิร์ฟอีกครั้งหลังจากมาตรการคลายล็อค เป็นการ Back to the Basic เพราะเมนูใหม่ที่ทางร้านได้เตรียมไว้ก็คืออาหารไทย ด้วยความที่คุณจั๊มตั้งใจที่จะสร้างฐานลูกค้าใหม่ จากชาวต่างชาติเป็นคนในพื้นที่ ก็เลยเกิดเมนูไทยๆ ที่เราเคยทานและรู้จักกันดี อย่างน้ำพริกกะปิปลาทู แกงเหลือง สะตอผัดกุ้ง ไข่ข้น ปลากระพงผัดฉ่า เมนูธรรมดาจากวัตถุดิบ และวิธีการนำเสนอที่ไม่ธรรมดา ให้คนในพื้นที่ได้ทานอาหารดีดีในราคาที่ไม่แพง มาพร้อมกับส่วนลด 20%  และเน้นในเรื่องความสะอาด และสุขอนามัย ทั้งยังเปลี่ยนบรรยากาศในร้าน อย่างการตกแต่งร้านด้วยรูปภาพติดฝาผนังจากศิลปินอาวุโสแถวหน้าระดับชาติ

เช่นเดียวกับร้านอาหารนานาชาติอย่าง The Duke’s และเลอ คริสตัล ก็กลับมาให้บริการนั่งทานในร้านอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้มาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และฉีดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับลูกค้า และทำการลงทะเบียนผ่าน QR Code ก่อนที่จะเข้าไปในร้าน พร้อมกันนี้ทางร้านจัดโต๊ะให้ห่างกัน 2 เมตร และพนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย มีการเช็ดทำความสะอาดในตัวร้าน และอุปกรณ์ที่ใช้ทุกๆ 2 ชั่วโมง

ถึงแม้จะมีการปลดล็อก ยกเลิกการประกาศใช้เคอร์ฟิว และจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศจะเป็นศูนย์ แต่ช่วงการปลดล็อกจะยังมีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือไม่ใช่สำหรับแค่ผู้ประกอบการ แต่จากเราทุกคนในการทำตามข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพียงแค่ทุกคน “ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก” เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคขณะอยู่ในที่สาธารณะ อดทนอีกนิด แล้วเราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน