Chiang Mai Citylife > Articles > Kitchen Culture: เคล็ดลับการต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้ได้เมนูแสนอร่อย  โดย Garibaldis Brasserie

Kitchen Culture: เคล็ดลับการต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้ได้เมนูแสนอร่อย  โดย Garibaldis Brasserie

Read this article in English

เคล็ดลับการต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้ได้เมนูแสนอร่อย 
โดย Garibaldis Brasserie

สปาเก็ตตี้ เป็นหนึ่งในเส้นพาสต้าอันเก่าแก่ของชาวอิตาลี ที่ได้รับต้นแบบมาจากการเส้นก๋วยเตี๋ยวของประเทศจีน มาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก และ กลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในเวลาต่อมา การทำเส้นพาสต้าส่วนใหญ่จะประกอบด้วย แป้งสาลี น้ำ และ ไข่ มานวดผสมกัน จากนั้นจึงนำมารีดเป็นแผ่นและตัดเป็นเส้น ปรุงให้สุกโดยการต้ม แล้วนำมาคลุกเคล้ากับซอสต่างๆ พร้อมเสิร์ฟรับประทานในทันที

แต่ด้วยเทคโนโลยีด้านอุตสหกรรมในปัจจุบัน ทำให้เกิดการผลิตเส้นสปาเก็ตตี้สำเร็จรูปแบบอบแห้ง ซึ่งได้ช่วยประหยัดเวลาการในจัดเตรียมวัตถุดิบได้มากขึ้น แต่การลวกเส้นสปาเก็ตตี้ให้อร่อยเหมือนดังเดิม ยังคงเป็นอะไรที่ท้าทายเสมอสำหรับเชฟทุกคน

เคล็ดลับง่ายๆ จาก ก้นครัวที่ Garibaldis Brasserie ร้านอาหารแนวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้เล่าถึงวิธีการลวกเส้นสปาเก็ตตี้แบบสำเร็จรูป ผ่านเมนูสุดอร่อยที่มีชื่อว่า ‘Spaghetti King Prawn’ หรือ สปาเก็ตตี้กุ้งแม่น้ำตัวโต เสิร์ฟในซอสมะเขือเทศผสมเนื้อปูบดรสชาติเข้มข้น

“วิธีการต้มเส้นสปาเก็ตตี้แบบสำเร็จรูปให้ได้เนื้อสัมผัสกรุบกริบ ตามความถูกต้องของชาวอิตาลี จะเรียกว่า อัล เดนเต้  (Al Dente’)  ซึ่งเป็นเทคนิคการลวกเส้นพาสต้าแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เมื่อนำมาผัดกับซอสบนกระทะ จะไม่ทำให้เส้นเปื่อยเละจนเกินไป และ ทำให้ได้เส้นที่มีความสุกกำลังดี” เชฟนก หัวหน้าเชฟสาวประจำห้องครัวของ Garibaldis Brasserie กล่าว

ขณะลวกเส้นสปาเก็ตตี้ต้องมีการจับเวลา และ ค่อยสังเกตความแรงของไฟที่ต้องทำให้เส้นสุกอย่างทั่วถึงเสมอ บางครั้งอาจจะต้องทดสอบความสุกดิบของเส้นก่อนนำไปสู่ขั้นตอนการปรุงขั้นถัดไป ซึ่งระยะเวลาของการต้มเส้นสปาเก็ตตี้จะขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์อีกครั้ง

“การลวกเส้นสปาเก็ตตี้ตามสไตล์คนไทย มักจะชอบแบบนิ่มมากกว่าแบบแข็ง ฉะนั้น ครัวของเราจึงลวกเส้นสปาเก็ตตี้ให้ได้ความสุก-ดิบอยู่ประมาณ 50% เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ที่ไม่เหนียวหรือนิ่มขาด   และยังได้เนื้อสัมผัสที่ถูกปากคนไทยอีกด้วย” เชฟนกเสริม

  

นอกจากเมนูเส้นพาสต้าแล้ว โปรดอย่าพลาดกับความอร่อยอีกมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคล้ายเป็นกันเอง ที่ Garibaldis Brasserie ไม่ว่าจะเป็น Crab Meat Salad สลัดปูอะโวคาโด คลุกเคล้ากับความหอมของมะม่วงสุก โรยหน้าด้วยผักชีและผิวมะนาว ถัดมาเป็น เนื้อปลาแซลม่อนย่าง เสิร์ฟบนมันและถั่วลันเตาบด เคียงคู่กับครีมซอสผสมผิวมะนาว ตบท้ายด้วยของหวานสุดอร่อยเป็นทีรามิสุ

Garibaldis Brasserie 
20/2 ซอย 7 ถ.นิมมานเหมินทร์ ต.สุเทพ
เปิดทุกวัน 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 22.30
โทร. 061 234 2344
Facebook: garibaldisbrasserie