Food Trails: มิ่งเมืองไทย

สัมผัสรสชาติทั้งไทย จีน และนานาชาติในบรรยากาศแสนสะดวกสบาย เรียบง่าย แต่แฝงด้วยกลิ่นอายแห่งความเป็นโมเดิร์นล้านนานิดๆที่ร้านอาหารมิ่งเมืองไทย เต็มอิ่มกับเมนูซิกเนเจอร์หลากหลายหน้าตาที่ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นแกงส้มกุ้งสดกับชะอมชุบไข่ทอด สัมผัสเนื้อกุ้งตัวโตในน้ำซุปรสจัดจ้านเข้มข้นและให้รสชาติที่ลงตัวกับพืชสมุนไพรไทยอย่างใบชะอมชุบไข่ทอด ต่อด้วยผัดไทยกุ้งสด ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมของร้าน โดยใช้น้ำมะนาวแทนน้ำมะขาม ทำให้เส้นผัดไทยของร้านไม่ชุ่มด้วยน้ำมัน ให้รสชาติที่อร่อยและเป็นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จานถัดมาเป็นข้าวซอยถ้วยโตที่ให้รสสัมผัสและกลิ่นหอมของเนื้อกะทิ มีให้เลือกได้ถึงสองสูตร สามารถสั่งได้ตามความชื่นชอบของผู้รับประทาน มีทั้งข้าวซอยเนื้อไก่ตุ๋นหรือข้าวซอยเนื้อโคขุนตุ๋น

Food Trails: TIME Riverfront Cuisine & Bar

หยุดเวลาแห่งความงดงามไว้ที่ TIME Riverfront Cuisine & Bar ร้านอาหารสไตล์อินดัสเทรียล วินเทจซึ่งตั้งอยู่ใน ณ นิรันดร์ โรแมนติก บูทีค รีสอร์ท ดื่มด่ำบรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ติดริมน้ำปิง พร้อมเลือกชิมอาหารหลากสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ล้านนาแนวฟิวชั่น รวมถึงอาหารนานาชาติ เริ่มต้นจากเมนูอาหารจานสลัดสมัยรัชกาลที่ 5 อย่างยำส้มโอปูนิ่ม ลิ้มรสความจัดจ้านของเนื้อปูนิ่มทอดกรอบ ปรุงกับเครื่องเทศและสมุนไพรนานาชนิด ถัดมาเป็น ข้าวซอยน่องไก่ สัมผัสความนุ่มของน่องไก่ที่ผ่านการตุ๋นและหมักในสไตล์ฝรั่งเศส หรือจะเป็นเมนูน่าประทับใจอย่าง ทิก้า แซลมอน ซึ่งทางร้านใช้เนื้อปลาแซลมอนนำเข้าจากนอร์เวย์มาหมักกับเครื่องเทศถึง 5 ชนิด เสิร์ฟพร้อมกับถั่วซัลซาเลนทิลจากอเมริกาตอนใต้ และโยเกิร์ตโฮมเมดขิงกับพริกสด ต่อด้วยเมนูลูกผสมระหว่างอาหารประจำถิ่นล้านนา และหมูกรอบสไตล์อังกฤษอย่างฮังเลหมู ตบท้ายด้วยจานเด็ดเป็น มัสมั่นขาแกะ ซึ่งทางร้านใช้เนื้อแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์มาอบและหมักในสไตล์ฝรั่งเศส แล้วนำมาตุ๋นจนได้เนื้อนุ่มละลายลิ้น นอกจากนี้ทางร้านยังมีเครื่องดื่มชายามบ่ายเป็น ฟิวชั่น ไฮ ที เพื่อทานคู่กับของว่างและขนมโฮมเมดหลากหลายสไตล์ และหากผู้ใดชื่นชอบการจิบไวน์รสเลิศ ก็สามารถเลือกใช้บริการบน Rooftop Wine Bar บาร์บนดาดฟ้าที่ให้ความเพลิดเพลินกับบรรยากาศงดงามรอบตัว ในมุมมองแบบ 360 องศา

Food Trails: Forest Bake

จากสูตรอบขนมปังของคนในครอบครัว กลายมาเป็นร้านเบเกอรี่โฮมเมดสุดแสนน่ารักที่มีบรรยากาศร้านเต็มไปด้วยกลิ่นอายท่ามกลางป่าเขา ตกแต่งด้วยเปลือกไม้โทนสีอ่อนสไตล์วินเทจ เป็นบ้านกระท่อมหลังเล็กๆที่ประดับประดาด้วยกระถางต้นไม้ดอกไม้สดและท่อนฟืน มีโลโก้ติดตาเป็นภาพของจิ้งจอกตัวน้อยคาบขนมปังอยู่หน้าประตูที่ Forest Bake วัตถุดิบทุกอย่างร้านล้วนแต่ใช้ของจากธรรมชาติ มาผลิตเป็นขนมปังโฮมเมดที่สดใหม่แบบวันต่อวัน แถมยังขนมปังออร์แกนิคดีต่อสุขภาพ เพราะทำจากยีสต์ที่เลี้ยงเองตามธรรมชาติ เหมาะแก่การแวะซื้อเป็นของว่างทานเล่นหลังเมนูมื้อกลางวัน หรือทานคู่กับน้ำชาย่ามบ่าย

Main Dish: เทศกาลแห่งความสุขที่ TIME Riverfront Cuisine & Bar

หากใครยังไม่มีแผนไปสังสรรค์ที่ใดเป็นพิเศษสำหรับคืนคริสต์มาสอีฟ และค่ำคืนนับถอยหลังสู่ปีใหม่ ลองมาเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงริมแม่น้ำปิง ดื่มด่ำอาหารรสเลิศใต้ร่มเงาต้นฉำฉาสูงใหญ่ ไปกับสองโปรโมชั่นสุดพิเศษ ในค่ำคืนของสองเทศกาลแห่งความสุขที่มาพร้อมกับความอิ่มอร่อยแบบครบครันเต็มจาน ในโปรโมชั่น ชุดเมนูมื้อค่ำของคริสต์มาสอีฟ (Christmas Eve Special Dinner Set) และชุดเมนูแห่งความสุขก่อนคืนปีใหม่ (New Year’s Eve Special Dinner Set) ที่ TIME Riverfront Cuisine & Bar ห้องอาหารสไตล์อินดัสเทรียล วินเทจ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับ ณ นิรันดร์ โรแมนติก บูติก รีสอร์ท รังสรรค์เมนูโดยพ่อครัวมือฉมัง เชฟฉัตรชัยพัฒน์ เปรมนิรันดร (เบน) ผู้มากประสบการณ์ด้านการทำอาหารมากว่า 15 ปี

Eat Well: ตำขนุนสมุนไพร เมนูเพื่อสุขภาพจากบ้านพาข้าว

ขอต้อนรับสู่ บ้านพาข้าว (Pa-Khao) ร้านอาหารบนบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ ที่ยังคงเสน่ห์กลิ่นอายความเป็นไทยดั้งเดิม รายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ปลูกเต็มรอบบ้าน คำว่า “พาข้าว” มาจากภาษาอีสานที่มีชื่อเต็มๆว่า “พาข้าว พาน้ำ” ซึ่งหมายถึงสำรับกับข้าวสำหรับใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ร้านบ้านพาข้าวแห่งนี้ให้บริการอาหารไทยฟิวชั่น ลาว และจีน ซึ่งเป็นเมนูที่มีความหลากหลายทางรสชาติอย่างไม่น่าเชื่อ วัตถุดิบทุกตัวผ่านการคัดสรรสดใหม่เสมอ สำหรับพื้นที่นั่งภายในร้าน แบ่งเป็นสี่โซนหลักๆ ก็คือ โซนพื้นที่ในสวนสีเขียว โซนใต้ถุนเรือนบ้านไทย โซนมุมกาแฟที่ทันสมัย และโซนชั้นสองของเรือนบ้านไทยสำหรับเปิดรับจองเพื่อจัดงานเลี้ยงหรืองานแต่งงาน โดยสามารถรองรับแขกในงานได้มากถึง 200 คน

Kitchen Culture: ตำเมืองเมือง จาก ร้านส้มตำเฮาส์

ใคร ๆ ก็รู้จัก “ส้มตำ” เพราะเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยมาเนิ่นนาน ด้วยกรรมวิธีการ ”ตำ” เพื่อให้เกิดรสชาติเปรี้ยว โดยใช้วัตถุดิบหลักคือมะละกอดิบสีเขียว นำมาฝานให้เป็นเส้นขนาดเล็กเพื่อตำ พร้อมปรุงรสชาติด้วยพริก ถั่ว กระเทียม น้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาว เพื่อให้เกิดรสชาติเผ็ด เค็ม และเปรี้ยว ระดับของรสชาติจะขึ้นอยู่ตามความชื่นชอบส่วนตัวที่ไม่เหมือนกัน เช่น คนไทยภาคอีสานจะชื่นชอบส้มตำที่มีรสเผ็ดและเค็มเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันคนไทยภาคกลางนิยมรสชาติเปรี้ยวหวานมากกว่า เป็นต้น จากเมนูพื้นฐานดั้งเดิม สู่การประยุกต์เปลี่ยนแปลงส้มตำในรูปแบบใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า ตำเมืองเมือง โดยคุณรชนีกร ชิระกุล (เฟี๊ยต) เจ้าของร้านส้มตำเจ้าเก่าแก่บนย่านถนนนิมมานเหมิทร์อย่างส้มตำยกครก หรือในชื่อใหม่ที่ชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักกัน คือ ส้มตำเฮาส์ (Somtum House) เป็นผู้รังสรรค์เมนูส้มตำเมืองเมืองนี้ด้วยตนเอง

Main Dish: ของขวัญปีใหม่ จากอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท

ของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2560 อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ได้จัดเตรียมเมนูใหม่สุดพิเศษจากดินแดนทวีปอเมริกาตอนใต้ กับเมนูสัญชาติเปรูควิซีน สู่ห้องอาหาร เดอะ เซอร์วิส 1921 โดยพ่อครัวมือฉมัง เชฟ Patricio Basombrio ผู้จะมารังสรรค์อาหารจากดินแดนบ้านเกิดของตนสู่เมืองเชียงใหม่ให้คนไทยได้ลิ้มลอง เชฟ Patricio Basombrio ชาวเปรู วัย 34 เพิ่งเดินทางจากเมืองลิมา ประเทศเปรู มาถึงเชียงใหม่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาเป็นเชฟที่มีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ ทั้งการเป็นพ่อครัวประจำร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์สามดาวที่ Martin Berasategui ประเทศสเปน หรือทำงานในร้านอาหารมิชลินสตาร์ระดับหนึ่งดาว Ristorante Pinocchio ที่ประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเคยทำงานในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงหลายร้านในเมืองลิมา และยังเปิดร้านอาหารของตนเองริมชายหาดทางตอนบนของเปรู การย้ายมาอยู่ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ทำให้ได้เขาเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำอาหารไทยอย่างหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการทำความเข้าใจรสชาติของวัตถุดิบแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน เพื่อนำไปต่อยอดการปรุงอาหาร ตามแบบฉบับของตัวเอง

Royal Cuisine: อาหารของแผ่นดิน จาก “ปลานิล” ของในหลวง

เช้าวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่ตลาดเมืองทองธานี มีบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยเป็นมา นั่นคือคิวต่อแถวยาวเฟื้อยที่มีต้นสายจากร้านขายปลาร้านหนึ่ง ถามไถ่ได้ความว่า เหตุที่คิวยาวเช่นนี้เพราะลูกค้ามาซื้อ “ปลานิล” สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ คนไทยได้ซึมซับถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านผ่านสารคดีเทิดพระเกียรติมากมาย หนึ่งในนั้นคือสารคดีว่าด้วยเรื่อง “ปลานิล” ปลาน้ำจืดใกล้ตัวที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ แต่หลายคนไม่เคยรู้เลยว่า “ปลานิล”กลายมาเป็น “อาหารของแผ่นดิน” ในวันนี้ได้อย่างไร…